/วิจารณ์ภาพยนตร์ avengers end game หลังได้ดูจบ

วิจารณ์ภาพยนตร์ avengers end game หลังได้ดูจบ

ขอแสดงความยินดีด้วยสำหรับคนที่เข้ามาอ่านในที่นี่ แสดงว่าคุณได้ผ่านสงครามกับบรรดาเหล่าฮีโร่ใน Avengers Endgame ที่กินระยะเวลาไปยาวนานกว่า 3 ชั่วโมง (ไม่รวมโฆษณา) หลังจากที่เดินออกจากโรงก็เกิดคำถามในหัวมากมาย ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงความรู้สึกหลังจากที่ได้ดู และไขข้อปริศนาบางอย่างที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน ถ้าพร้อมกันเลยก็ไปลุยกันเลย

เซอร์ไพรส์กันตั้งแต่ช่วงต้นเรื่อง

เปิดมาช่วงแรกก็ช็อคกันไปทั้งโลกหลังจากที่ทานอสโดนตัดหัวไปในต้นเรื่อง ทำเอาคนดูทั้งโรงนั่งเงียบกันกริบ ความรู้สึกที่พุ่งขึ้นมานั่นในตอนนั้นคือ แล้วไหนบอกว่ากัปตันมาร์เวลจะเป็นคนเผด็จศึกไง แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับอินฟินิตี้สโตน เมื่อทานอสตายไปแล้วจะย้อนคนที่ตายเป็นฝุ่นกลับมายังไง โอยเล่นเอาปวดสมองไปหมด จากนั้นฉากก็ตัดข้ามไปอีก 5 ปีต่อมา เหลืองเพียงแต่ความอึ่งที่หลายคนไม่เคยคาดคิดว่ามารเวลจะเล่นแบบนี้

มันดีเกินกว่าที่เสียเวลาลุกไปเข้าห้องน้ำ

การปวดฉี่ระหว่างการดูหนังเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับหลายคน แต่สำหรับใน Anvergers Endgame มันเป็นอะไรที่สำคัญมากกว่าที่จะเสียเวลาไปแม้ซักวินาทีเดียว หนังเรื่องนี้กินเวลายาวนานกว่า 3 ชั่วโมง แต่คุณแทบจะไม่ได้รู้สึกเลยว่าเวลามันผ่านไปเท่าไหนแล้วระหว่างชมภาพยนต์ ผมแค่นั่งแล้วดูการเล่าเรื่องที่ทำออกมาได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะแนวคิดที่นำการข้ามเวลามาผสมผสานกับการปล้นอัญชมณีเป็นอะไรที่ดูน่าตื่นเต้นมากๆ สำหรับตัวละครอย่างเนบิวล่าที่พิสูจแล้วว่าเธอเป็นตัวละครที่สำคัญที่ผมคิดว่าดีที่สุด

ถึงแม้ว่าจะสนุกแต่ก็ยังคงมีปัญหาบางอย่าง

มีความผิดพลาดมากมายกับ Endgame ที่ไม่สามารถนำเอาความคิดเหล่านี้ไปจากหัวได้ โดยพื้นฐานแล้วการเดินทางข้ามเวลาลบล้างอนาคตเดิมทั้งหมดที่เคยมีมา เช่น พรุ่งนี้มีบางอย่างผิดปกติ เราก็แค่นั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไป และนำสโตนกลับมาอีกครั้ง เอามาใส่ถุงมือดีดนิ้วแล้วก็เอาไปคืน ซึ่งดูเหมือนจะเป็นแนวคิดที่ง่าย แต่ตอนเอาไปคืนน่ะ เอาไปคืนยังไงโดยเฉพาะกับ “Soul Stone” เอาไปโยนที่หน้าภาแล้วแบล็ควิโดวจะกลับมาไหม แถมยังเป็นฉากที่กัปตันจะได้กลับไปเจอกับ “เรด สกัลล์” ศัตรูคู่ปรับอีกครั้งที่หนังไม่ได้ฉายให้เราดู หนังพยายามที่จะอธิบายแนวคิดในการเดินทางข้ามเวลาเป็นอย่างไร สุดท้ายพวกเขาก็โยนมันทิ้งไปทั้งหมดหลังจากจบเรื่อง ทิ้งเอาเป็นปริศนาให้คนดูอย่างเราต้องคิดกันต่อไป