/รีวิวหนัง Hellboy 2019 เรื่องนี้ห้ามพลาด

รีวิวหนัง Hellboy 2019 เรื่องนี้ห้ามพลาด

Hellboy 2019 ไม่ใช่ภาค3 หากแต่เป็นภาค Reboot ที่ผ่านฝีมือการกำจาก Neil Marshall โดย Hellboy 2019 มาพร้อมกับเรต R อัดแน่นไปด้วยฉากชวนแหวะ ภาพการต่อสู้อันโหดร้าย ตัดหัวคู่ต่อสู้ขาด เลือดกระเด็นไหลเป็นทางซากศพเละเทะ , แขนขาขาดหัวเละ เห็นกันแบบเต็มๆตา ในหลายต่อหลายฉาก ซึ่งน่าจะถูกใจคนรักเรต R ได้อย่างไม่น้อย

Hellboy 2019 ความมันที่มาพร้อมกับความโหด มากกว่าเดิม 

Neil Marshall ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า เขาจะไม่เดินตามรูปแบบของ Guillermo del Toro ที่ใส่วิสัยทัศน์ของตัวเองอย่างเต็มที่ ที่ใส่เข้าไปใน 2 ภาคก่อนอย่างมาก หากแต่ Hellboy ของเขาจะยึดภาพลักษณ์ตามแบบฉบับการ์ตูนของ Mike Mignola โดยเขาถึงขนาดให้ผู้กำกับภาพถอดแม่สีหลักจากหนังสือการ์ตูน มาควบคุมโทนสีในหนังให้ออกมามีความคล้ายคลึงกับการ์ตูนให้มากที่สุด ส่วน CG ในฉากอื่นๆ ก็อยู่ในระดับมาตรฐาน คือ อาจไม่ได้อลังการมาก แต่ก็ไม่ดูลอยตา หากแต่ชุดของ Hellboy นั้นดูเป็นยางไม่ค่อยเนียนในหลายๆฉาก

ส่วนดีของ Hellboy 2019

ส่วนดีของหนัง คือ มีพล็อตเรื่องน่าสนใจ ด้วยการนำ The Wild Hunt ของ Hellboy มาสร้างและในส่วนของเนื้อหาก็เหมาะกับการใช้เป็นภาค Reboot มาก เนื่องจากมีช่วงเกริ่นถึงการกำเนิดของ Hellboy โดยไม่ต้องหยิบมาเล่าซ้ำแล้วซ้ำอีกจนน่าเบื่อ ผสมผสานการหยิบเรื่องราวอันน่าสนใจจาก เล่มอื่นๆมาสอดแทรกทำให้เกิดเรื่องราวอันน่าสนใจตลอดทาง โดยมีเรื่องราวหลัก คือ ภารกิจของ Hellboy ที่ต้องกำจัด ‘Nimue’ แม่มดผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ ซึ่งเธอเคยสร้างผลงานอันชั่วร้ายไว้ในศตวรรษที่ 5 หากแต่ในตอนนั้นก็โดยกษัตริย์ Arthurกับ พ่อมด Merlin ร่วมกันกำจัดด้วยการสับร่างนางเป็นชิ้นๆ แล้วนำแต่ละชิ้นส่วนใส่ลงไปในกล่องผนึกอาคม แล้วให้อัศวินแยกกันไปซ่อน เมื่อเวลาผ่านมาจนถึงยุคปัจจุบันอสุรกายหมูป่ารวบรวมชิ้นส่วนนางแม่มดร้ายให้กลับมาแผลงฤทธิ์อีกครั้ง !!

สรุปแล้ว Hellboy 2019 มาในแนวทางการดำเนินเรื่อง การเล่า รวมทั้งองค์ประกอบศิลป์หลายๆอย่าง ที่แตกต่างจาก 2 ภาคของ Guillermo del Toro เป็นอย่างมาก จนกลายเป็น Super สายโหด ซึ่งไม่ได้โหดจากเนื้อหาหรือตัวละครแต่อย่างใด หากแต่ความโหดอันน่าขนลุกและความแหวะก็เกิดจากการฆ่าคนและสัตว์ประหลาด อสูรกายต่างๆ โดยเนื้อหาก็น่าสนุก เพราะมีองค์ประกอบหลายๆอย่าง ที่น่าสนใจ และตัวละครก็มาก อีกทั้งก็มีอดีตเป็นของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น หากแต่ถ่ายทอดได้ไม่น่าติดตามสักเท่าไหร่ เรียกได้ว่าพอดูได้ ออกแนวหนังเกรด B นิดๆ แต่ถ้าคุณเป็นคนรักหนังเรต R ขอบอกเลยว่าห้ามพลาด !!